วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

บทที่ 2 ระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูล


ความหมายของการสื่อสารข้อมูล
           การสื่อสารข้อมูล ( Data communication )
           คือ การส่งผ่านข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ซึ่งข้อมูลที่แลกเปลี่ยนกันนี้มีได้หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ หรือเสียง เป็นต้น เปรียบเทียบอย่างง่ายๆการสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆก็เหมือนกับการพูดคุยระหว่างนักเรียนในกลุ่มหรือการโทรศัพท์คุยกัน ข้อมูลในที่นี้คือบทสนทนาที่นักเรียนแลกเปลี่ยนกันนั่นเอง


                                                            

ปัจจัยสำคัญในการสื่อสารข้อมูล

      การสื่อสาร มีองค์ประกอบ 6 ประการ คือ

        1. ผู้ส่งสาร (Sender) คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการถ่ายทอดสารไปสู่ผู้รับสาร

        2. ผู้รับสาร (Receiver) คือ ผู้ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลที่ถูกส่งมาจากผู้ส่งสาร

        3. สาร (Message) คือ เนื้อความ หรือข้อมูลที่ออกมาจากผู้ส่งสาร

        4. สื่อ (Channel)
           คือ ช่องทางในการสื่อสาร เช่นนักเรียนพูดคุยกันในห้องเรียนมีอากาศเป็นสื่อกลางในการส่งสารนั่นเอง หรือตัวกลางของสัญญาณต่างๆสื่อหรือตัวกลางของสัญญาณสามารถแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ

            4.1.พวกที่สามารถกำหนดเส้นทางสัญญาณได้ (Guided  Media) ได้แก่ สายเคเบิล  สายโทรศัพท์ สายใยแก้วนำแสง

            4.2.พวกที่ไม่สามารถกำหนดเส้นทางสัญญาณได้  (Unguided  Media) หรือสื่อกลางไร้สายได้แก่ชั้นบรรยากาศ สุญญากาศ และน้ำ

        5. โปรโทคอล ( Protocol )
           คือข้อกำหนดมาตรฐาน หรือข้อตกลงในเรื่องรูปแบบของข้อมูลข่าวสาร ระหว่างผู้ส่ง และผู้รับ โปรโทคอลเปรียบเสมือนภาษาที่่
นักเรียนใช้ในการพูดคุยกัน ถ้าเราใช้ภาษาไทย ในการสนทนาเพื่อนทุกคนก็เข้าใจ แต่ถ้านักเรียนใช้ภาษาอื่นที่เพื่อนไม่รู้จักจะทำให้เกิดความสับสนไม่สามารถสื่อสารกันได้

        6. ตัวแปลงสัญญาณ ( Communication Device )
           คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงข้อมูลที่ ต้องการส่งให้อยู่ในรูปของสัญญาณที่สามารถส่งผ่านช่องทางการสื่อสารที่จะใช้แปลงสัญญาณที่ได้จากช่องทางการส่งข้อมูลเมื่อถึงปลายทาง ให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้รับเข้าใจ
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ( Computer Network )

           ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) หมายถึง การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปเข้าด้วยกันด้วยสายเคเบิล หรือสื่ออื่นๆ ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถรับส่งข้อมูลแก่กันและกันได้ ในกรณีที่เป็นการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลาง เราเรียกคอมพิวเตอร์ที่เป็นศูนย์กลางนี้ว่า โฮสต์ (Host)  และเรียกคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เข้ามาเชื่อมต่อว่า ไคลเอนต์ (Client)

                                                                        


                ระบบเครือข่าย (Network) จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเพื่อการติดต่อสื่อสาร เราสามารถส่งข้อมูลภายในอาคาร หรือข้ามระหว่างเมืองไปจนถึงอีกซีกหนึ่งของโลก ซึ่งข้อมูลต่างๆ อาจเป็นทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง ก่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็วแก่ผู้ใช้ ซึ่งความสามารถเหล่านี้ทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีความสำคัญและจำเป็นต่อการใช้งานในแวดวงต่างๆ

                                                                          

ประโยชน์ที่ได้รับจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์

                1. ใช้ในการสื่อสารข้อมูล เราสามารถรับส่งข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างที่เราจะได้ยินกันบ่อย ๆ หรือบางคนอาจจะเคยใช้งานมาแล้วก็คือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Mail หรือ E-mail ) ซึ่งเป็นการรับส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆผ่านระบบเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว และราคาประหยัด เมื่อเทียบกับการใช้โทรศัพท์หรือการส่งไปรษณีย์

                2. การใช้ข้อมูลข่าวสารร่วมกัน  ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข่าวสารข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นบนเครือข่ายเดียวกัน ข้อมูลข่าวสารนี้อาจจะอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ เช่น เอกสารการประชุมจากโปรแกรมสร้างเอกสาร รูปภาพจากโปรแกรมกราฟิก หรือรายชื่อนักเรียนจากโปรแกรมฐานข้อมูล เป็นต้น ก่อนหน้าที่จะมีการนำระบบเครือข่ายมาใช้ ส่วนใหญ่เราจะใช้แผ่นดิสก์เก็ตในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อมีระบบเครือข่าย การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันก็รวดเร็วและง่ายขึ้น

                3. การใช้ทรัพยากรร่วมกัน  คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายสามารถใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ร่วมกันได้ อันเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อทรัพยากรเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น แทนที่เราจะต้องซื้อเครื่องพิมพ์ให้กับผู้ใช้เครื่องแต่ละคนในเครือข่าย ทุกคนสามารถใช้เครื่องพิมพ์ส่วนกลางร่วมกันได้

                4. การใช้ซอฟต์แวร์ร่วมกัน  เครื่องข่ายทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมต่างๆที่มีอยู่บนเครือข่ายร่วมกันได้
ผู้ขายซอฟต์แวร์โดยส่วนใหญ่จะขายซอฟต์แวร์ให้กับองค์กรในลักษณะของใบอนุญาตองค์กร ( Site License ) คือ การอนุญาตให้ผู้ใช้หลายๆคนสามารถใช้ซอฟต์แวร์นั้นได้พร้อมกัน ซึ่งจะคิดราคาตามจำนวนผู้ใช้ แต่คำนวณแล้วจะถูกกว่าการที่จะต้องซื้อซอฟต์แวร์ให้กับแต่ละคน

สรุป
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป 
โดยผ่านช่องทางการสื่อสาร ซึ่งมีความสำคัญและเกิดประโยชน์ต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมากทั้งในเรื่องการบริหารงานและการลงทุน ซึ่งแต่ลละหน่วยงานก็จะมีรูปแบบของการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กรใหญ่หรือเล็ก และการติดต่อระหว่างหน่วยงานหรือต่างองค์กร เราสามารถแบ่งประเภทของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้เป็น
การแบ่งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามขนาด ได้แก่ แบบ LAN(Local Arer Network),
MAN(Metropolitan Area Network) และ WAN(Wide Area Network)
การแบ่งระบบเครือข่ายตามลักษณะการให้บริการ ได้แก่ เพียร์-ทู-เพียร์ (Peer to Peer)
และ ไคลเอ็นต์-เซิร์ฟเวอร์ (Client Server)
- อินเทอร์เตอร์ (Internet) เป็นคำผสมระหว่าง Interconnection กับ Network ซึ่ง
เป็นการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายสากลที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อมากที่สุดในโลก
- อินทราเน็ต (Intranet) เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเชื่อมต่อภายในองค์กร
ที่เปลี่ยนโปรโตคอลในการสื่อสารบนระบบเครือข่ายแบบแลน (LAN)เดิมๆ ไปเป็นโปรโตคอล TCP/IP เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต ต่างกันตรงที่เป็นระบบเครือข่ายปิด ใช้เฉพาะภายในองค์กรเท่านั้น



บทที่่ 1 หลักการเบื้องต้นของการสื่อสาร


 หลักการเบื้องต้นของการสื่อสาร

          ถ้าจะกล่าวกันว่าการสื่อสารสร้างโลก  จะเห็นว่าคำกล่าวนี้น่าจะเป็นจริง  เพราะจะเห็นว่าในการดำรงชีวิตของมนุษย์โลกและกิจกรรมตลอดจนธุรกิจต่างๆ  จะสำเร็จลงได้ด้วยดีก็ย่อมต้องมีการสื่อสารที่ดีเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ  ซึ่งการสื่อสารนั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบ  แต่ที่จะกล่าวถึงก็คือการสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
ความหมายของการสื่อสารข้อมูล
          การสื่อสารข้อมูล (Data Communication)  คือ  การส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งซึ่งเรียกว่าจุดเริ่มต้น  ผ่านพาหนะนำส่งข้อมูล  ซึ่งเรียกว่าตัวกลาง  เพื่อจะให้ข้อมูลนั้นสามารถไปยังจุดหมายปลายทาง  ซึ่งเรียกว่าผู้รับ
พื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
            การสื่อสารข้อมูลต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ
1.                แหล่งกำเนิด (Source) คือตังส่งข้อมูล  เช่น  ครื่องคอมพิวเตอร์
2.                พาหนะนำสัญญาณ หรือตัวกลาง (Medium) เช่นสายโทรศัพท์  สายเคเบิ้ล  คลื่นวิทยุ เป็นต้น
3.                ตัวรับข้อมูล (Snik) เช่น  เครื่องคอมพิวเตอร์  หรือ  เทอร์มินัล

แหล่งกำเนิด
ผู้รับ
ตัวกลาง
แสดงองค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสาร

ความรู้พื้นฐานของการสื่อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
                การสื่อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์  คือ  การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทางโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งเชื่อมต่อกันอยู่ด้วยสื่อกลางชนิดใดชนิดหนึ่ง
                ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  คือ  ระบบเชื่อมโยงระหว่างคอมพิวเตอร์ตั้งแต่  2  ตัวขึ้นไป  เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกันได้
  2.สัญญาณดิจิตอล (Digital  Signal) หมายถึง สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลแบบไม่ต่อเนื่อง  ที่มีขนาแน่นอน
        ซึ่งขนาดดังกล่าวอาจกระโดดไปมาระหว่างคำสองคำ  คือ  สัญญาณระดับสูงสุดและสัญญาณระดับต่ำสุด  ซึ่งสัญญาณดิจิตอลนี้เป็นสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการทำงานและติดต่อสื่อสารกัน

ทิศทางการสื่อสารข้อมูล

สามารถแบ่งทิศทางการสื่อสารข้อมูลได้เป็น 3 แบบ  คือ
                1.การสื่อสารข้อมูลแบบทิศทางเดียว(Simplex) ข้อมูลจะถูกส่งออกจากทิศทางหนึ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่ง โดยไม่สามารถส่งย้อนกลับมาได้  เช่น  ระบบวิทยุ  หรือโทรทัศน์
                2.การสื่อสารข้อมูลแบบกึ่งสองทิศทาง (Half Duplex) ข้อมูลจะถูกส่งออกจากทิศทางหนึ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่ง ข้อมูลสามารถส่งสลับกันไปมาได้ทั้งสองทิศทาง  โดยวิธีการต้องผลัดกันส่งครั้งละทิศทางเท่านั้น  เช่น  วิทยุสื่อสารแบบผลัดกันพูด
                3.การสื่อสารข้อมูลแบบสองทิศทาง (Full  Duplex) ข้อมูลจะถูกส่งออกจากทิศทางหนึ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่ง  ข้อมูลสามารถส่งพร้อมกันได้ทั้งสองทิศทางอย่างอิสระ  สามารถโต้ตอบกันได้  เช่น  ระบบโทรศัพท์



การสื่อสารข้อมูลแบบอนุกรมและแบบขนาน

           พื้นฐานของการเชื่อมโยงระหว่าง 2 ตำแหน่ง  มีอุปกรณ์  2  ชุด  ทางซ้ายมือเป็นสถานีควบคุมระบบ  ซึ่งเรียกว่า  สถานีปฐมภูมิ (Remote) ข้อมูลจะถูกส่งออกไปยัง  สถานีทุติยภูมิ (Secondary) หรืออุปกรณ์ทางไกล  (Remote) ซึ่งเป็นที่สิ้นสุดของระบบ  โดยเชื่อมโยง (Link) การสื่อสารซึ่งปกติจะอยู่ในรูปแบบของการต่อแบบขนานจากอุปกรณ์อย่างหนึ่งหรือมากกว่าขึ้นไป  ชุดอุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยคอมพิวเตอร์  เครื่องพิมพ์ (Printer)   แป้นพิมพ์ (Keyboard) เครื่องแฟกซ์ (Facsimile : FAX ) และส่วนแสดงผลข้อมูล (Display  Termanal) ข่าวสารเล่านี้จะถูกเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอล  โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะได้รับข้อมูลที่ส่งมาในรูปแบบข้อมูลแบบขนานเข้าสู่ระบบ  ซึ่งข้อมูลขนาน (Parallel Data) คือกลุ่มของดิจิตอลบิต (Digital Bit)  ซึ่งพร้อมที่จะนำมาใช้ได้ในเวลาเดียวกัน  แต่ละบิตใช้สื่อสารแต่ละเส้นทางของตนเองจึงทำให้ส่งข้อมูลได้หลายๆ บิตในเวลาเดียวกัน  แต่การที่จะต้องใช้เส้นทางข้อมูลหลายๆ  เส้นทางทำได้ลำบากและเสียค่าใช้จ่ายสูงเมื่อต้องการส่งระยะทางไกลๆ  ดังนั้น  การส่งข้อมูลไปตามเส้นทางข้อมูลเดียวระหว่าง  2  สถานีเป็นที่นิยมใช้กันมากกว่า  การกระทำเช่นนี้ใช้ได้เมื่อเราใช้ข้อมูลแบบขนาน  จากนั้นก็เปลี่ยนข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบอนุกรม  (Serial) ซึ่งเป็นข้อมูลของแต่ละบิตต่อเนื่องกัน  แม้วิธีนี้จะส่งข้อมูลได้ช้ากว่าแต่ก็ใช้เส้นทางข้อมูลเพียงเส้นทางเดียวในการเคลื่อนย้ายข้อมูล


                การส่งข้อมูลภายในระบบการสื่อสารจากแหล่งต้นกำเนิดไปปลายทางสามารถรับส่งข้อมูลผ่านสารการสื่อสารสามารถทำได้  2  วิธี  คือ
                1.กรณีการส่งข้อมูลแบบอนุกรม  แต่ละบิตของข้อมูลถูกส่งไปใยช่องทางการสื่อสาร  1  ช่องและครั้งละ 1  บิต  เรียงลำดับกันไป  ความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อย  จึงสามารถส่งข้อมูลไปได้ในระยะทางไกลๆ  และลำดับการรับข้อมูลจะตรงกับลำดับการส่ง  ค่าใช้จ่ายในการส่งข้อมูลจะราคาถูกกว่าแบบขนาน  เพราะใช้ช่องทางการสื่อสารเพียงช่องเดียว  ความเร็วในการส่งข้อมูลประมาณ  300-1,200 บิตต่อวินาที
                2.กรณีการส่งข้อมูลแบบขนาน  ทุกบิตของข้อมูลจะถูกแบบส่งตามช่องทางการสื่อสารในเวลาเดียวกัน เมื่อเทียบทั้ง  2  วิธีพบว่า  การส่งข้อมูลแบบขนาน  เนื่องจากการส่งข้อมูลแบบขนานต้องใช้สายนำข้อมูลจำนวนมาก  และยังต้องมีความเร็วในการส่งสูงกว่าด้วยเพราะทุกบิตส่งข้อมูลในเวลาเดียวกัน  การส่งข้อมูลแบบขนานมีความเร็วสูงกว่า 9,600  บิตต่อวินาที  มีผลทำให้การใช้งานการส่งข้อมูลแบบขนานเหมาะสำหรับเครื่องรับติดตั้งใกล้เครื่องส่ง  ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์จะมีความยาว  8  บิต  หรือ  16  บิต  ต่อ  1  คำ  ดังนั้นจ้องมีสายให้พอกับจำนวนบิตที่ต้องการส่งออกไปพร้อมกัน   เช่น  ข้อมูล  8  บิต  ก็ต้องมีสายส่ง  8  เส้น  เป็นต้น

ความหมายของคำที่ใช้ในการสื่อสาร

เมื่อกล่าวถึงระบบที่ใช้ในการสื่อสาร จะมีคำที่เกี่ยวข้องซึ่งมักจะใช้สับสนกันคือ
1.             โทรคมนาคม หรือการสื่อสารทางไกลเป็นการส่งสัญญาณการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ของข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ชนิดใดก็ได้ ดังนั้น จึงความหมายในรูปแบบของการสื่อสารทางโทรศัพท์ การส่งสัญญาณโทรทัศน์ อิเล็กทรอนิกส์ การส่งสัญญาณโทรศัพท์ โดยผ่านดาวเทียม
2.             การสื่อสารข้อมูล เป็นการส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ในรูปของข้อมูลเท่านั้นคำว่า Data Communication
จะมีความหมายใกล้เคียงกับคำเหล่านี้ปกติจะหมายถึงการส่งข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ แต่ความหมายจริงๆ แล้วคำนี้จะหมายถึงการส่งข้อมูลทางโทรเลข และการส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

ลักษณะข้อมูลแบบดิจิตอล

บิต (Bit)
เป็นหน่อยข้อมูลดิจิตอลที่เล็กที่สุด ใช้ระบบคอมพิวเตอร์แบบดิจิตอลและทฤษฎีข้อมูลข้อมูลของบิตมีสถานะที่เป็นไปได้ 2 สถานะคือ
บิต     0            (ปิด)
บิต      1       (เปิด)
เคลาด์อีแชนนอน  เริ่มใช้คำว่า บิต  ในงานเขียนของเขาในปี พ.ศ.2491 โดยย่อจากคำเต็ม

ไบต์ (Byte)
เป็นกลุ่มของบิตซึ่งเดิมมีหลายขนาน แต่ปัจจุบัน มักเท่ากับ 8 บิต ไบต์ขนาน 8 บิต ไบต์ขนานบิตมีชื่อเรียกว่า  ออกเท็ต สามารถ เก็บค่าได้

เวิร์ด (Word)
เป็นมาตรฐานตายตัว บนเครื่องคอมพิวเตอร์สถาปัตยกรรม TA -32   จำนวน16 บิตจะเรียกว่าเวิร์ดในขณะที่32 บิตเรียกว่าดับเบิลเวิร์ด ในขณะที่สถาปัตยกรรมอื่นๆหนึ่งเวิร์ดมีค่าเท่ากับ 32 บิต 64บิตหรือค่าอื่นๆ
ในระบบโทรคมนาคม หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความเร็วในการส่งนิยมใช้หน่วยในรูปของบิตต่อวินาทีบิตเป็นหน่วยวัดข้อมูลเล็กที่สุดที่ใช้กันทั่วไป
หน่วยนับ
       1กิโลบิต  (Kb)       =1,000 บิต           หรือ  1,024  บิต
   1เมกะบิต (Mb)    =1,000กิโลบิต     หรือ     1,024
1จิกะบิต (Gb)       =1,000เมกะบิต     หรือ  1,024
   1เทราบิ  (Tb)         =1,000 จิกะบิต      หรือ    1,024

สรุป
  การสื่อสาร  หมายถึง  กระบวนการถ่ายทอดข้อมูลโดยผ่านช่องทางหรือสื่อระหว่างผู้ส่งและผู้รับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
                การสื่อสารข้อมูล หมายถึง กระบวนการหรือวิธีการถ่ายทอดข้อมูลระหว่างผู้ส่งและผู้รับที่อยู่ห่างไกลกันด้วยระบบการสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunication) เป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูล
                ระบบการสื่อสารโทรคมนาคมจะส่งข้อมูลผ่านสื่อหรือตัวกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนจากภายนอก โดยการเปลี่ยนข้อมูลเป็นสัญญาณหรือรหัส  เมื่อถึงปลายทางจะต้องถอดรหัส (สัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อให้ผู้รับเข้าใจข้อมูลที่ถูกส่งมาถึง

การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์
                  ปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง ราคาไม่แพงมาก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้มีการขยายปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น มีการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กกับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สำนักงานใหญ่ เพื่อเรียกใช้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน โดยการเชื่อมเข้ากับโปรเซสเซอร์ของคอมพิวเตอร์หลัก  ผ่านซอฟต์แวร์หลักที่เรียกว่า อุปกรณ์อินเตอร์เฟซ (Interface)  โดยใช้สายโทรศัพท์เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดข้อมูล
                     โมเด็ม (MODEM : Modulation-Demodulation Device) เป็นอุปกรณ์อินเตอร์เฟซที่สำคัญของระบบการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์

ภาพการใช้โมเด็มเชื่อมโยงเครือข่าย